วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ผีสหราชอาณาจักร

ผีสหราชอาณาจักร


เชลลีโค้ต



                เชลลีโค้ตเป็นปีศาจที่ปรากฏในนิทานพื้นเมืองของเด็กๆในแถบภาคเหนือของอังกฤษและสกอตแลนด์ ซึ่งชื่อขอมมันมีที่มาจากเสื้อโค้ตของมันซึ่งทำจากเปลือกหอย เวลาเคลื่อนไหวก็จะมีเสียงเปลือกหอยกระทบกันดังกรอกแกรกไปมา เป็นเหมือนสัญญาณบอกว่าพวกมันอยู่ที่นี่แล้ว มักสิงสู่อยู่ตามแม่น้ำลำธาร เชลลีโค้ตเป็นพวกขี้เล่น ชอบแกล้งนักเดินทางโดยนำพวกเขาไปคนละทิศกับจุดหมาย แล้วปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รู้เหนือรู้ใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกที่รุกล้ำอาณาเขตของพวกมัน แต่พวกมันก็ไม่ได้มุ่งร้ายหรือทำอันตรายแก่ใคร


บลัดดี้ โบนส์



                เป็นผีในนิทานพื้นเมืองอีกตนที่เด็กๆกลัวกัน เรื่องของบลัดดี้ โบนส์นี้มีการเล่าต่อกันมาในสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองแลนคาไซร์และยอร์กเซอร์  เล่ากันว่าบลัดดี้ โบนส์ชอบแอบอยู่ในตู้มืดๆหรือตามใต้บันได หากกล้าพอที่จะแอบดูมันจะได้พบกับความสยดสยองสุดๆ ร่างที่มีลักษณะเหมือนกับมนุษย์ของมันจะนั่งหมอบคอยเหยื่ออยู่บนกองกระดูกซึ่งเคยเป้นร่างของเด็กๆที่ชอบพูดโกหกหรือหยาบคาย มีเลือดย้อยเต็มหน้า


กรินดี้โลว์



                เป็นผีอีกตนหนึ่งที่มีถิ่นฐานในประเทศอังกฤษและไอร์แลนด์ กริ้นดี้โลว์เป็นผีน้ำขนาดเล็ก อาศัยอยู่ตามก้นทะเลสาบ กินปลา สาหร่าย และสิ่งมีชีวิตเล็กๆในน้ำเป็นอาหาร  มีฟันสีเขียว มีเขา และมีนิ้วที่ยาวมากที่ใช้เป็นอาวุธสังหารเหยื่อด้วยการบีบคอจนขาดใจตาย  กรินดี้โลว์จะใช้แขนยาวๆอันแข็งแรงของมันคว้าตัวเด็กเล็กๆที่เดินเข้ามาริมทะเลสาบ แล้วกระชากให้จมน้ำตายเมื่อเหยื่อตายแล้วมันก็จับกินเป็นอาหาร  เรื่องเล่าน่ากลัวนี้ถูกนำมาใช้เตือนเด็กๆไม่ให้เข้าใกล้แหล่งน้ำเพราะอาจจะจมน้ำตายได้



 ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือบุกป่าช้าท้าผียุโรป

ผีเยอรมัน

ผีเยอรมัน


นิกซ์และนิกซี



                ผีน้ำชนิดนี้เป็นผีที่พบในตำนานของชาวเยอรมันยุคโบราณเกือบทุกๆเรื่อง นิกซืเป็นชื่อเรียกผีน้ำที่เป็นเพศชาย ถ้าเป็นเพศหญิงจะเรียกนิกซี ส่วนใหญ่จะพบนิกซ์และนิกซีในร่างมนุษย์มากกว่ารูปแบบอื่น ชาวเยอรมันเรียกพวกมันว่าเงือกแม่น้ำ(เงือกที่รู้จักส่วนใหญ่มักอยู่ในทะเล แต่นิกซ์และนิกซีจะอยู่แต่ในแม่น้ำและทะเลสาบน้ำจืด) พวกมันจะใช้รูปโฉมงดงาม เสียงร้องเพลง และเสียงดนตรีอันไพเราะดึงดูดเหยื่อให้ลงมาในน้ำ จากนั้นก็จะลากเหยื่อที่กำลังตกอยู่ในความลุ่มหลงลงใต้น้ำจนขาดใจตาย


ดอพเพลแกงเกอร์



                ดอพเพลแกงเกอร์คือร่างก็อปปี้ของเราที่ปรากฏขึ้นโดยเรายังมีชีวิตอยู่ ผู้คนเชื่อว่ามันเป็นเหมือนตัวแทนของปีศาจหรือเคราะห์ร้าย คือเห็นทีไรมีเรื่องทุกที คนที่เห็นดอพเพลแกงเกอร์ส่วนมากเป็นเพื่อน ครอบครัว หรือญาติของคนที่เป็นเจ้าของดอพเพลแกงเกอร์นั้น ว่ากันว่าเหตุการณ์แบบนี้เหมือนเป็นลางบอกเหตุว่าเจ้าของดอพเพลแกงเกอร์จะป่วยหรือเกิดอันตราย

ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือบุกป่าช้าท้าผีเอเชีย


ผีอินเดีย

ผีอินเดีย


นิชิ



                ว่ากันว่าเป็นผีที่โหดร้ายมากที่สุดหนึ่งในตำนานของชาวเบงกอล ไม่มีใครรู้ว่านิชิรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร เพราะเวลาล่อลวงเหยื่อให้เข้าไปหามันนั้น มันจะเรียกชื่อเหยื่อให้เดินเข้าไปหาตามเสียง หลังจากนั้นก็ไม่มีใครได้เห็นคนคนนั้นอีกเลย ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเหยื่อ อาจจะเป็นนิชิตนต่อไปก็ได้และดูเหมือนจะไม่มีอะไรป้องกัน
                แต่มีเรื่องเล่าต่อกันว่า นิชิจะเรียกชื่อเหยื่อได้ไม่เกิน2ครั้ง ดังนั้นหากตอนค่ำๆได้ยินเสียงคนเรียก ให้รอฟังจนเสียงนั้นดังเป็นครั้งที่3ก่อนค่อยวางใจ


เวตาล



                เป็นผีในความเชื่อของชาวอินเดีย อาศัยอยู่ตามสุสานคอยหลอกหลอนผู้คน และชอบเข้าสิงในร่างของศพเพื่อใช้เดินทางไปไหนมาไหน เวตาลสามารถทำให้คนเป็นบ้า ฆ่าเด็ก และยังทำให้หญิงที่ตั้งครรภ์แท้งได้  แต่ก็สามารถขับไล่ได้ด้วยวิธีง่ายๆนั่นคือการสวดมนต์ การปลดปล่อยเวตาลจากสภาพวิญญาณที่วนเวียนตามสุสานทำได้โดยการนำมันไปทำพิธีศพอย่างถูกต้อง
                เวตาลเป็นผีที่บรรดาผู้ใช้คาถาอาคมต้องการเป็นอย่างมาก เพราะเวตาลสามารถรู้เรื่องราวในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตได้ แถมยังเข้าถึงธรรมชาติของมนุษย์ได้ลึกซึ้ง จึงมีคนพยายามตามหาและให้มันมากลายเป็นทาสของตนเอง


ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือบุกป่าช้าท้าผีเอเชีย

ผีฟิลิปปินส์

ผีฟิลิปปินส์ 

เอ็คเอ็ค



                เอ็คเอ็คเป็นปีศาจที่มีรูปร่างครึ่งคนครึ่งนก คือมีตัว แขน ขา เหมือนกับคน แต่จะมีปีกและจะงอยปากเหมือนนก บางตำนานว่ามีส่วนหัวเป็นนก ในเรื่องเล่าของฟิลิปปินส์ว่ากันว่ามันชอบกินเลือดและเนื้อ พอเวลากลางคืนมันจะแปลงร่างเป็นนกขนาดใหญ่หรือค้างคาออกหากิน ซึ่งเหยื่อที่มันมองหาคือผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ มันอาศัยจังหวะที่ผู้หญิงคนนั้นหลับ เข้าไปใกล้ แล้วยืดปากยาวจนคล้ายงวงเข้าไปในมดลูกที่มีทารกอยู่  จากนั้นจึงดูดเลือดจากร่างทารกจนทำให้ทารกตาย ที่มาของชื่อคือเวลาที่เอ็คเอ็คอยู่ที่ไหนจะได้ยินเสียง “เอ็คเอ็ค” ด้วย


คาเปร



เป็นปีศาจต้นไม้ แต่รูปร่างคล้ายกับคนมากกว่า คาเปรตัวสูงราวๆ7-9ฟุต ตัวเป็นสีน้ำตาลตามตัวมีขนขึ้นเต็มและมีหนวดเครา มันอาศัยอยู่ในต้นไม้ใหญ่เช่น ต้นมะม่วง กอไผ่สูงๆ  เล่ากันว่าคาเปรนี้นุ่งผ้าเตี่ยว ชอบสูบบุหรี่ บางทีก็มานั่งที่โคนต้นไม้ที่ตนสิงอยู่  บางตำนานเล่าว่าในมือของคาเปรจะถือหินวิเศษสีขาวขนาดเล็กกว่าไข่นกกระทา หากใครเก็บหินนี้ได้ คาเปรก็จะทำให้ความปรารถนาของคนนั้นเป็นจริง บางทีคาเปรก็ชอบแกล้งคนที่ผ่านป่าโดยเปลี่ยนให้มีสภาพต่างไปจากเดิม


ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือบุกป่าช้าท้าผีไทย

ผีอินโดนีเซีย

ผีอินโดนีเซีย


โพชอง



อาจพูดได้ว่าโพชองก็คือผีดิบของอินโดนีเซียนั่นเอง พิธีศพของชาวมุสลิมจะวิธีฝัง ซึ่งก่อนฝังจะห่อศพด้วยผ้าสีขาวและเอาเชือกรัดรวบปลายผ้าตรงปลายเท้า เอว คอ และสุดท้ายรัดรวบรัดรวบปลายผ้าเป็นจุกไว้ที่เหนือศีรษะ โผล่ให้เห็นแค่ส่วนของใบหน้าเท่านั้น
                มีความเชื่อว่า วิญญาณของคนตายที่อยู่บนโลกมนุษย์หลังจากตายไปแล้วได้อีก 40 วัน หากเกินเวลาแล้วยังไม่ไปจากโลกนี้ ศพนั้นก็จะกลายเป็นโพชองกระโดดออกจากหลุม แล้วกระโดดออกไปหลอกหลอนผู้คน ที่ต้องกระโดดเป็นเพราะโดนพันตัวไว้ด้วยผ้าขาวทำให้ขยับท่าอื่นไม่ได้นอกจากกกระโดดนั่นเอง


ซุนเดล โบลอง



                เป็นวิญญาณของหญิงที่ตายขณะตั้งครรภ์หรือระหว่างการคลอด ในความเชื่อของชาวอินโดนีเซีย เล่ากันว่าซุนเดล โบลองจะปรากฏตัวในร่างหญิงสาวสวย สวมชุดขาว ผมยาวคลุมหลัง ดูเหมือนไม่มีอะไรน่ากลัว แต่แท้จริงแล้วความน่ากลัวนั้นซ่อนอยู่ข้างหลังต่างหาก เพราะที่กลางหลังของซุนเดล โบลองถูกขุดเป็นรูโบ๋จนเห็นอวัยวะภายในน่าสยดสยอง  ว่ากันว่าที่เป็นเช่นนั้นเพราะเด็กที่อยู่ในท้องตอนที่หญิงสาวคนนั้นตายเอามือขุดจนเป็นรูเพื่อออกมาจากท้องแม่ และเนื่องจากมันดูน่ากลัวสยดสยอง เวลาซุนเดล โบลองออกมาปรากฏตัวจึงใช้ผมยาวๆปิดบังรูที่หลังเอาไว้ นอกจากนี้มันยังชอบขโมยเด็กทารกที่เพิ่งเกิดเอามาเป็นลูกตนเองด้วย


เลอาค



                เลอาคเป็นแม่มดที่ร้ายกาจและชั่วร้ายที่สุดในความเชื่อของชาวบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ตอนกลางวันเป็นผู้หญิงธรรมดาๆแต่พอดึกๆจะถอดหัวออกไปหาเหยื่อที่เป็นหญิงตั้งครรภ์เพื่อดูดเลือดเด็กในท้องกิน หรือไม่ก็แอบเข้าไปตามสุสานเพื่อหาชิ้นส่วนอวัยวะที่ต้องการจากศพ แล้วนำไปทำยาเปลี่ยนร่าง อาจเปลี่ยนเป็นเสือ ลิง หรือหมูก็ได้  ว่ากันว่าเราจะพบเลอาคได้แค่ที่เกาะบาหลีและเวทมนตร์ของเลอาคก็มีผลแค่บนเกาะบาหลีเท่านั้น

                วิธีกำจัดเลอาคก็คือให้อาศัยจังหวะที่เลอาคถอดหัวไปหากิน หาอะไรแหลมๆมาแทงที่คอโดยให้เฉียงขึ้นจนปลายทะลุขึ้นมาตรงรอยตัดเมื่อส่วนหัวมาจะม่สามารถเข้ามารวมกับลำตัวได้ นานเข้าเลอาคก็จะตาย

ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือบุกป่าช้าท้าผีเอเชีย

ผีมาเลเซีย

ผีมาเลเซีย


พอนตีอานาค



            ชาวมาเลเซียเรียกวิญญาณของผู้หญิงที่ตายในขณะที่ยังตั้งครรภ์หรือตายทั้งกลมว่า “พอนตีอานาค” มักปรากฏให้เห็นในร่างผู้หญิงตัวซีดขาว ผมยาว สวมชุดสีขาว แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเหยื่อที่เป็นผู้ชายมันจะทำให้ตัวเองสวยงามเพื่อล่อลวงเหยื่อ แล้วใช้มือที่มีเล็บแหลมคมเจาะลงไปที่ท้องของผู้ชายคนนั้นเพื่อกินอวัยวะภายใน  ว่ากันว่าพอนตีอานาคหาเหยื่อโดยการดมกลิ่นจากเสื้อผ้าที่ตากไว้ข้างนอกบ้าน ด้วยเหตุผลนี้ชาวมาเลเซียบางส่วนจึงไม่ยอมตากเสื้อผ้าไว้ข้ามคืนอย่างเด็ดขาด สิ่งที่เป็นสัญญาณว่าพอนตีอานาคมานั้นคือเสียงร้องของทารก บางทีก็จะเป็นกลิ่นดอกลีลาวดีที่ลอยมาก่อนจะกลายเป็นกลิ่นที่เหม็นสุดจะทน


โทโยล



โทโยลคือกุมารทองของมาเลเซียนั่นเอง และยังปรากฏในตำนานของอินโดนีเซียและสิงคโปร์ด้วย เล่ากันว่ามีรูปร่างเป็นทารกแต่มีศีรษะใหญ่ มือเล็กๆ ดวงตาขุ่น ผิวหนังออกสีเขียวๆเทาๆ ดูคล้ายมนุษย์ต่างดาว  วิธีที่จะมีโทโยลไว้ในครอบครองนั้นมีอยู่ 3 วิธี คือไปซื้อจากผู้ใช้มนต์ดำ ไปหาศพเด็กที่ตายในครรภ์แล้วนำมาผ่านพิธีกรรมเพื่อรักษาสภาพศพไว้ หรือเรียกโทโยลจากที่สิงสถิตของมันเลย  ผู้ที่เลี้ยงโทโยลจะสามารถใช้มันให้ไปทำงานตามคำสั่งของเราได้ แต่ต้องเลี้ยงดูเป็นอย่างดีด้วยเหมือนกัน ทุกเช้าจะต้องมีถ้วยนมวางไว้ให้ มีของเล่นมีขนมให้ จุดธูปกับเทียนสีดำและสวดมนต์ด้วย พร้อมกับเลือดจากคนเลี้ยงสองสามหยดลงไปที่โทโยล

ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือบุกป่าช้าท้าผีเอเชีย



ผีเกาหลี

ผีเกาหลี


ผีหัวไข่



                ผีเกาหลีตนนี้ได้ถูกบรรยายรูปร่างเอาไว้ว่าเป็นผีที่มีรูปร่างเหมือนคนทั่วไป แต่ความน่ากลัวของมันก็คือใบหน้าที่เกลี้ยงโล้นว่างเปล่า ไม่มีคิ้ว ตา จมูก หรือกระทั่งปากก็ไม่มี  มักจะใส่ชุดผ้าสีขาวบางตำนานบอกว่ามันเป็นผีมีลักษณะเหมือนไข่ คือไม่มีแขน ขา หัว อีกทั้งตา จมูก ปากก็ไม่มี เหมือนไข่เกลี้ยงๆสีขาว ว่ากันว่าหากใครได้เห็นผีหัวไข่แล้วล่ะก็จะถูกดูดเอาวิญญาณไป ทำให้คนคนนั้นตาย
                มีนักวิชาการบางคนตีความว่าเจ้าผีหัวไข่นี้คือวิญญาณของคนที่ไม่มีลูกหลานคอยกราบไหว้บูชาหรือระลึกถึงพวกเขา ใบหน้าหรือรูปร่างของพวกเขาจึงค่อยๆเลือนหายไป กลายเป็นเกลี้ยงๆเหมือนไข่นั่นเอง


โทแกบี



                ผีตนนี้มักเจอในนิทานพื้นบ้านของเกาหลี มันไม่ใช่ผีที่เกิดจากการตายของมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิต แต่เป็นผีที่เกิดจากการแปลงร่างของวิญญาณที่อยู่ในสิ่งของต่างๆ โดยสิ่งของที่จะกลายเป็นโทแกบีมักเป็นของใช้ในชีวิตประจำวันที่ไม่ได้ใช้แล้ว  โทแกบีชอบแกล้งและเล่นกับคนไม่ดีด้วยวิธีที่ชั่วช้าสกปรก แต่ถ้าหากเจอคนดีโทแกบีก็จะให้เงินทองและให้พรกับคนคนนั้น แต่ถึงอย่างนั้นผู้คนก็ยังกลัวมันเพราะเป็นผีที่มีรูปร่างหน้าตาประหลาด
บางตำนานเล่าว่าโทแกบีชอบออกมาขวางทางผู้ที่เดินทางแล้วท้าให้แข่งมวยปล้ำด้วย ถ้าหากชนะจึงจะผ่านพวกมันเพื่อเดินทางต่อไปได้ ถือเป็นผีที่ชอบเล่นสนุกเป็นชีวิตจิตใจ

ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือบ่าป่าช้าท้าผีเอเชีย

ผีจีน

ผีจีน


จิ้งจอกเก้าหาง



                จิ้งจองเก้าหางหรืองหูลิจิงเป็นอีกหนึ่งในปีศาจที่น่าสนใจแต่ชาวจีนนั้นเชื่อว่ามันมีลักษณะที่คล้ายไปทางเทพหรือที่เราเรียกว่า “เซียน” มากกว่า  จิ้งจอกเก้าหางมากจากความเชื่อที่ว่าหากสะสมพลังมากพอสัตว์ชนิดใดๆก็สามารถแปลงร่างเป็นคนได้แถมยังมีพลังวิเศษและเป็นอมตะด้วย จิ้งจอกเก้าหางนั้นมีทั้งที่ดีและไม่ดี ขึ้นอยู่กับจิตใจของจิ้งจอกตนนั้นๆ
ตำนานส่วนใหญ่มักจะเล่าว่าจิ้งจอกเก้าหางเมื่อแปลงร่างเป็นคนจะเป็นหญิงสาวที่สวยมาก มันจึงใช้ความสวยหลอกล่อชายหนุ่มและใช้เล่ห์เหลี่ยมกับพลังวิเศษก่อให้เกิดความเสียหายอันใหญ่หลวง


ผีดิบ(เจียงซือ)



                การที่ศพจะกลายเป็นผีดิบได้นั้นมีหลายสาเหตุ ทั้งการที่มีคนปลุกศพนั้นขึ้นมา มีวิญญาณอื่นเข้าสิงศพนั้น ตายก่อนวัยอันควรหรือฆ่าตัวตาย และในคนที่ยังมีชีวิตอยู่หากถูกผีดิบกัดเข้าละก็ เชื้อผีดิบจะเข้าสู่ร่างกายทำให้จะค่อยๆกลายเป็นผีดิบตามไปด้วย  ตัวของผีดิบจะเป็นสีขาวซีดปนเขียวว่ากันว่าเป็นเพราะเชื้อราที่ขึ้นตามผิวหนังของพวกมันนั่นเอง และที่ต้องเคลื่อนที่ด้วยการกระโดดเป็นเพราะเมื่อคนตายไปนานเข้าศพจะแข็งทำให้งอแขนงอขาไม่ได้เลยต้องกระโดดแทนการเดิน


สิงเทียน



                ชื่อของปีศาจจากจีนตนนี้แปลว่า “ผู้ถูกลงโทษจากสวรรค์” สิงเทียนเป็นยักษ์หัวขาดตามตำนานโบราณของจีน คือมีแขน ขา ลำตัว เหมือนคนปกติแต่ไม่มีคอกับหัว และถึงแม้จะไม่มีหัวแต่สิงเทียนก็ยังมีตา ซึ่งอยู่ตรงส่วนหน้าอกทั้งสองข้าง และปากของมันไปอยู่ตรงสะดือ 
                ตำนานเล่าว่าแต่เดิมเจ้ายักษ์ตนนี้มีคอกับหัวเป็นปกติ แต่วันหนึ่งมันได้ไปต่อสู้กับจักรพรรดิองค์หนึ่ง แล้วพลาดพลั้งถูกองค์จักรพรรดิตัดหัว แทนที่จะตายสิงเทียนกลับเริ่มเดินหาหัวของมัน องค์จักรพรรดิจึงเอาหัวของมันไปซ่อน  ตั้งแต่นั้นมาตรงหน้าอกของสิงเทียนจึงกลายเป็นดวงตาและสะดือก็กลายเป็นปาก แต่เป็นแค่เพียงรูปตาและปากเท่านั้น ไม่สามารถใช้มองหรือกินอะไรเข้าไปได้จริงๆ


ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือบุกป่าช้าท้าผีเอเชีย

ผีญี่ปุ่น

ผีญี่ปุ่น


Kamai-tachi คาไมทาจิ



คาไมทาจิ เป็นภูติลมตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น เคลื่อนไหวรวดเร็วเหมือนลม ตามตำนานเล่าว่า คามัยทาจิอาศัยอยู่บนภูเขา มีอยู่ด้วยกัน 3 ตัว จะทำอันตราย เมื่อมีนักเดินทางผ่านมาจะเจอกับลมพายุหมุน โดยตัวแรกจะชนเหยื่อในล้ม ตามด้วยตัวที่สองฟันเหยื่อให้เป็นแผล ส่วนตัวสุดท้ายจะทายาแก้ปวดให้กับเหยื่อ แต่ยังไม่จบแค่นั้น คาไมทาจิ มีนิสัยรักการต่อสู้ ซึ่งไม่ไม่รู้ว่าไปรักตั้งแต่ตอนไหน คาไมทาจิฟันแล้วไม่ทิ้งอย่างแน่นอน แต่จะทายาและฟันซ้ำไปซ้ำมาจนกว่าจะพอใจ นิสัยอย่างนี้แม้แต่ผีด้วยกันเองยังขยาด


Hanako-san  ฮานาโกะซัง



ฮานาโกะซัง ตำนานเมืองสมัยใหม่ที่นิยมมากในญี่ปุ่น โดยเฉพาะเด็กนักเรียน ที่จะใช้ตำนานนี้ในการวัดความกล้าสำหรับบรรดาน้องใหม่ทั้งหลาย ฮานาโกะซัง คือ เด็กผู้หญิงในชุดเอี๊ยมกระโปรงแดง ตัดผมสั้นทรงกะลา ถ้านึกไม่ออกให้นึกถึงหนูหิ่นอินเตอร์ของบ้านเราไว้ นั่นแหละคือฮานาโกะซัง วันหนึ่งตอนพักกลางวันเธอแอบเข้าไปในห้องน้ำแล้วออกมาไม่ได้ เด็กสาวจึงต้องเอาตัวรอดด้วยการจับแมลงและกินน้ำที่อยู่ในห้องน้ำนั้นเพื่อประทังชีวิต แต่น่าเสียดายที่แมลงในห้องน้ำนั้นไม่สามารถทำให้เธอรอดชีวิตได้ เธอจึงกลายเป็นวิญญาณที่ถูกขังอยู่ในห้องน้ำนับแต่นั้นมา การที่จะพบฮานาโกะซังได้นั้นจะต้องเคาะประตู 3 ครั้ง ในห้องน้ำห้องที่ 3 ชั้นที่ 4 ของโรงเรียน บ้างก็ว่าห้องสุดท้ายทางขวามือ แล้วถามว่า ฮานาโกะซัง เธออยู่ในนั้นไหมไม่ก็ ฮานาโกะซัง มาเล่นกันเถอะถ้าเธอตอบ ฉันอยู่นี่หรือ ค่ะ...หลังจากนั้นก็แล้วแต่แล้วล่ะ ว่าจะวิ่ง หรือจะเล่น


Camelia คาเมเลีย



คาเมเลีย เป็นดอกไม้ในตระกูลชา ดอกเป็นสีขาวและชมพู แต่บางครั้งพบสีแดงคล้ายเลือด ซึ่งมีความหมายว่า ความโศกเสร้าอันน่าสลด ตำนานคาเมเลียเป็นที่กล่าวขวัญกันในโรงเรียนประถมของญี่ปุ่น เพราะนิยมปลูกเจ้าคาเมเลียไว้ประดับโรงเรียน เมื่อพอถึงฤดูใบไม้ร่วงดอกของต้นคาเมเลียก็จะหล่นเกลื่อนกลาดเต็มพื้นทางเดินของโรงเรียน ถ้าเกิดมันเป็นสีแดง คงคล้ายกับว่าพื้นนั้นถูกย้อมไปด้วยเลือด ตำนานอาถารรพ์ของต้นคาเมเลีย เริ่มในสมัยโบราณของญี่ปุ่นที่ยังคงมีระบบศักดินา มีเจ้าหญิงไร้นามผู้หนีภัยทางการเมือง แต่โดนฝ่ายตรงข้ามจับได้ซะก่อน เธอจึงกลายเป็นเฉลยสงครามและถูกจับมัดไว้กับต้น คาเมเลีย จากนั้นถูกทรมานสารพัดเพื่อบังคับให้เปิดเผยข้อมูลของราชสำนัก ส่วนเจ้าหญิงเองก็เป็นคนดีเก็บเงียบไม่ยอมปริปากบอกอะไรแก่ศัตรู จนในที่สุดก็เสียชีวิตและถูกฝังศพไว้ใต้ต้นคาต้นคาเมเลียนั้น  ต้นคาเมเลียจึงสูบเลือดเจ้าหญิงแทนน้ำ ส่วนวิญญาณแค้นทำให้ดอกคาเมเลียกลายเป็นสีเลือด เด็กๆ จึงเชื่อกันว่าต้นคาเมเลียในโรงเรียน เป็นต้นไม้ที่สูบเลือดของเจ้าหญิง และเป็นที่น่าประหลาดใจเพราะตำนานนี้ไม่หลักฐานทางประวัติศาสตร์ แต่กลับสามารถระบุวันที่เจ้าต้นคาเมเลียจะออกดอกสีแดงได้  นั่นคือ วันที่ 15 มิถุนายนของทุกปี



ผีไทย

ผีไทย


กุมารทอง



กุมารทอง เป็นความเชื่อทางไสยศาสตร์ของไทยเกี่ยวกับจิตวิญญาณ ที่มาของกุมารทองมาจากการเลี้ยงภูตผีปีศาจไว้ใช้งาน โดยกุมารทองจะเป็นวิญญาณของเด็กผู้ชาย หากเป็นวิญญาณผู้หญิงที่คนเลี้ยงไว้จะเรียกว่า "โหงพราย"
กุมารทองนั้นแรกเริ่มเดิมทีมาจากวิญญาณของเด็กที่ตายในท้องแม่หรือที่เรียกว่าตายทั้งกลม ผู้มีวิชาอาคมจะไปนำพาวิญญาณเด็กนั้นมาเลี้ยงไว้เป็นลูก จากหลักฐานที่พบในเอกสารโบราณระบุถึงการทำกุมารทองสรุปว่า ต้องหาศพที่ตายทั้งกลม แล้วประกอบพิธีกรรมผ่าเอาศพทารกในท้องนั้นมาย่างไฟให้แห้งสนิทก่อนรุ่งอรุณ แล้วจึงลงรักปิดทองให้ทั่ว ด้วยเหตุนี้จึงเรียกว่ากุมารทอง ต่อมาสภาพสังคมและวัฒนธรรมพัฒนาไปมากขึ้น ทำให้ไม่สามารถสร้างกุมารทองจากศพทารกจริง ๆ ได้ จึงได้มีการดัดแปลงกรรมวิธีการสร้างกุมารทองขึ้น โดยใช้ดินเจ็ดป่าช้าบ้าง ไม้รักซ้อนหรือไม้มะยมบ้าง ไปจนถึงโลหะ มาสร้างเป็นรูปกุมาร แล้วปลุกเสกตั้งจิต ตั้งธาตุทั้ง 4 และเรียกอาการสามสิบสองให้บังเกิดเป็นจิตวิญญาณของเด็กขึ้นมา
กุมารทองปัจจุบันนิยมสร้างเป็นรูปเด็ก ลักษณะเป็นเด็กไว้จุก นุ่งโจงกระเบนอย่างโบราณ[ต้องการอ้างอิง] กลายเป็นเครื่องรางของขลัง เชื่อกันว่าเสมือนมีวิญญาณเด็กอยู่ในรูปกุมารนั้น ผู้บูชาต้องเลี้ยงดูเหมือนลูกของตน ต้องให้ข้าวน้ำเซ่นสรวงและต้องเรียกให้กินข้าวด้วย กล่าวกันว่าหากปฏิบัติดูแลดีกุมารทองก็จะช่วยค้ำคูณ อาทิ ช่วยคุ้มครองป้องกันเจ้าของและครอบครัวจากสิ่งไม่ดีทั้งหลาย ช่วยให้ทำมาค้าขึ้น ไปจนถึงเตือนภัยล่วงหน้าอีกด้วย และจะคอยติดตามเฝ้าระวังบ้านเรือนจากโจรผู้ร้ายและศัตรูไม่ให้มากล้ำกราย ปัจจุบันผู้บูชานิยมไหว้ด้วยน้ำแดง เรื่องราวของกุมารทองถูกกล่าวถึงใน วรรณคดีไทย เช่น ขุนช้างขุนแผน บ้างก็นับลูกกรอก เป็นกุมารทองด้วย เครื่องรางอีกประเภทหนึ่งที่คล้ายกันคือรักยม ทั้งกุมารทองและรักยมปัจจุบันยังมีผู้นิยมบูชากันอยู่ไม่น้อยในสังคมไทย


โขมด



                ผีโขมดเป็นหนึ่งในผีจำพวกผีกระสือและผีโพงคือมีแสงเรืองในตัวเองเป็นผีไม่มีรูปร่าง จะเห็นเป็นเหมือนลูกไฟดวงโตลอยไปลอยมาในเวลากลางคืนในวันที่มีน้ำแฉะ ผีโขมดเป็นผีที่ไม่ทำอันตรายใครเพียงแต่จะหลอกให้คนเดินหลงทางเท่านั้นเพราะในยามค่ำคืนหากเราเห็นแสงไฟทางไหน เราก็จะเดินเข้าไปหา เพราะคิดว่าเป็นทางที่มีคนอยู่ แต่พอเดินเข้าไปใกล้ๆลูกไฟนั้นก็หายไป แต่ใครที่อาศัยอยู่ในเมืองคงพบเจอผีโขมดได้ยาก เนื่องจากมีแสงไฟจากบ้านพักอาศัย เสาไฟ ป้ายโฆษณา และร้านค้าต่างๆมากมาย



นางตานี



                เป็นผีผู้หญิงผมยาว รูปร่างดี หน้าตาสะสวย มีกลิ่นตัวหอม ปากแดง ห่มผ้าสีเขียว และนุ่งโจงกระเบนแบบสมัยโบราณสิงสถิตอยู่ในต้นกล้วยตานีตายพราย(กล้วยตานีที่ออกปลีแล้วตาย) มักปรากฏให้เห็นในคืนวันพระจันทร์เต็มดวง 
ผีนางตานีมักมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับชายหนุ่มและหากชายหนุ่มคนนั้นคิดนอกใจไปมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่น นางตานีก็จะตามไปหักคอด้วยความหึงหวง  ทำให้คนในสมัยโบราณไม่นิยมปลูกกล้วยตานีไว้ในบ้านเพราะกลัวจะมีผีนางตานีเข้ามาสิงในต้นกล้วยนั่นเอง

ขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือบุกป่าช้าท้าผีไทย